Ligurian Riviera & French Riviera อิตาลี ฝรั่งเศส 8 วัน 5 คืน โดยสายการบินไทย (TG)
- ทัวร์ : France [ฝรั่งเศส] Italy [อิตาลี] Europe [ยุโรป]
- เที่ยวเมือง : Cannes (คานส์) Nice (นีซ) Genoa (เจนัว) Milan (มิลาน) Turin (ตูริน) Como (โคโม) La Spezia (ลาสเปเซีย)
- Product : Go365Travel
- Operation : พัชรา (พัช)
- รหัสโปรแกรม : T15736
- Code : GO3MXP-TG025
- ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
- ระยะเวลา : 8 วัน 5 คืน
สนามบินมิลาน – ตูริน – จัตุรัสเมืองเก่า – ม็องตง - นีซ – คานส์ – หมู่บ้านเอเซ่ – โมนาโก – มอนติคาร์โล - เจนัว- ลา สเปเซีย - หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร – เจนัว - จัตุรัสจัตุรัสเฟอร์รารี่ – นั่งเรือสู่พอร์โตฟิโน่ - นั่งเรือสู่หมู่บ้านซานตามาร์เกริต้า ลิกูเร – OUTLET - มิลาน - โคโม - ล่องเรือสู่หมู่บ้านเบลาจิโอ - มหาวิหารแห่งมิลาน - สนามบินมิลาน
รายละเอียดโปรแกรม
สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินมิลาน – ตูริน – จัตุรัสเมืองเก่า – ม็องตง - นีซ
นำท่านเดินทางสู่เมืองตูริน (Turin) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า โตริโน (Torino) เคยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของราชอาณาจักรอิตาลีในช่วงปี ค.ศ. 1861–1865 (ต่อด้วยเมืองฟลอเรนซ์ (1865–1871) และ โรม (1871–ปัจจุบัน)) เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย เป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่าง ยูเวนตุส (Juventus) นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสซาน คาร์โล (Piazza San Carlo) มักถูกขนานนามว่าเป็น "ห้องนั่งเล่นของเมืองตูริน" (il salotto di Torino) เนื่องจากเป็นจตุรัสที่มีความสง่างามและเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลี จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน Via Roma ระหว่าง Piazza Castello และสถานีรถไฟ Porta Nuova มีลักษณะเด่นที่ความสมมาตรแบบสถาปัตยกรรมบาโรกที่ออกแบบโดย Carlo di Castellamonte ในช่วงศตวรรษที่ 17 จากนั้นเดินเท้าเชื่อมต่อมาที่จัตุรัสกลางเมืองคาสเตลโล (Piazza Castello) เป็นจัตุรัสศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรม เป็นที่เป็นที่ตั้งของ พระราชวังหลวง (Palazzo Reale) พิพิธภัณฑ์ และร้านกาแฟโบราณ เป็นจุดหมายยอดนิยมในการเดินชมเมือง ถ่ายรูปสถาปัตยกรรม จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งเมืองตูริน (Turin Cathedral) สถานที่เก็บรักษา "ผ้าห่อศพแห่งตูริน" (Shroud of Turin) ที่เชื่อว่าเป็นผ้าห่อพระศพของพระเยซู ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในโลก (หากมีงานพิธีอาจปิดให้เข้าชม)
นำท่านเดินทางข้ามพรหมแดนอิตาลี-ฝรั่งเศสสู่เมืองม็องตง (Menton) เป็นเมืองชายฝั่งที่สวยงามตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของเฟรนช์ริวีเอรา (French Riviera) ในประเทศฝรั่งเศส ติดกับพรมแดนอิตาลี เมืองนี้ได้รับฉายาว่าเป็น "ไข่มุกแห่งฝรั่งเศส" (The Pearl of France) และขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่เงียบสงบ ย่านเมืองเก่า (Vielle Ville) โดดเด่นด้วยตึกรามบ้านช่องสีพาสเทลสดใส ทางเดินแคบๆ ที่ลาดชันไปตามเนินเขา และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารแซ็ง-มีแชล อาร์ก็องฌ์ (Basilique Saint-Michel Archange) คืออัญมณีเม็ดงามแห่งศิลปะบาโรก ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาในย่านเมืองเก่าของเมือง มีหอระฆังสองสไตล์ที่โดดเด่น หนึ่งในนั้นสูงถึง 53 เมตร ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่มองเห็นได้แต่ไกล จากนั้นนำท่านเดินสู่บริเวณจุดชมวิว (Vue Panoramique de Menton) คือจุดถ่ายรูปที่โด่งดังที่สุด ให้เดินเลียบชายหาด Plage des Sablettes ไปตามแนวเขื่อนกั้นคลื่น (Jetty) คุณจะเห็นตัวเมืองเก่าเรียงรายอยู่บนเนินเขาตัดกับสีน้ำเงินของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนีซ (Nice) เมืองชายทะเลที่ตั้งอยู่บนชายฝั่ง ริเวียร่าของฝรั่งเศส (French Riviera) อันโด่งดังและสวยงาม เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของฝรั่งเศส และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO ในฐานะ "เมืองรีสอร์ทฤดูหนาว" เพราะในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ชนชั้นสูงชาวอังกฤษและยุโรปเริ่มหนีอากาศหนาวจัดและมลพิษจากบ้านเกิด มาพักผ่อนที่นีซในช่วง "ฤดูหนาว" แทน เพราะที่นี่มีอากาศอบอุ่นกว่า แสงแดดมากกว่า ตึกรามบ้านช่องในย่านเมืองเก่าจะเป็นสีสันสดใสโทนสีเหลือง ส้ม และแดงอิฐ ตัดกับหน้าต่างไม้ฉลุแบบอิตาลี น้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ทะเลที่นี่สวยสมชื่อ "Côte d'Azur" (ชายฝั่งสีฟ้า) หาดทรายจะเป็น "หาดหินกรวด" (Pebble Beach) ไม่ใช่ทรายละเอียด
นำท่านเดินทางสู่บริเวณเนินเขาปราสาท (Colline du Château) จุดชมวิวเมือง สามารถมองเห็นอ่าว Baie des Anges โค้งรับกับเมืองนีซอย่างสวยงาม จากนั้นเดินเข้าสู่ย่านเมืองเก่า (Vieux Nice) เมืองเก่าที่อบอวนไปด้วยกลิ่นสบู่ลาเวนเดอร์ เดินลัดเลาะตามซอยแคบๆ ไปเจอจัตุรัสเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยคาเฟ่ ร้านค้ามากมาย และยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Cathédrale Sainte-Réparate อันสวยงาม ท่านสามารถแวะทานไอศกรีมร้านดังอย่าง Fenocchio ที่มีรสแปลกๆ อย่างรสลาเวนเดอร์หรือมะกอก เป็นต้น เดินเท้าเข้าสู่จัตุรัสมาสเซนา (Place Masséna) คือบริเวณหัวใจหลักของเมืองนีซ โดดเด่นด้วยอาคารสีแดงเพลิงสไตล์นีโอคลาสสิก พื้นหมากรุกขาวดำ และงานศิลปะรูปปั้นคนนั่งบนเสาสูง (Conversation in Nice) เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ จนเข้าสู่พรอมนาด เด อังเกล (Promenade des Anglais) ที่ยาวสุดลูกหูลูกตายาวกว่า 7 กิโลเมตร เป็นจุดที่บ่งบอกความเป็นนีซได้ดีที่สุด ถนนที่เต็มไปด้วยต้นปาล์ม สถาปัตยกรรมสวยงาม ชายหาดหินกรวด ร้านอาหาร และโรงแรมหรูหรา
นีซ – คานส์ – หมู่บ้านเอเซ่ – โมนาโก – มอนติคาร์โล - เจนัว
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองคานส์ (Cannes) เมืองตากอากาศสุดหรูริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในเฟรนช์ริเวียรา (French Riviera) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะเจ้าภาพจัดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) เมืองนี้โดดเด่นด้วยถนนเลียบหาดลาครัวเซ็ตต์ (La Croisette) ที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์ม ร้านค้าแบรนด์เนม และโรงแรมหรูหรา มากมาย จากนั้นแวะถ่ายรูปกับอาคารปาเลส์ เดส์ เฟสติวัลส์ เอ เด กองเกร (Palais des Festivals et des Congrès) สถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์และเป็นจุดที่นักแสดงทั่วโลกมาเดินบนพรมแดงกับบันได 24 ขั้นอันโด่งดัง
จากนั้นเดินทางสู่หมู่บ้านเอเซ่ (Eze Village) เป็นหมู่บ้านยุคกลางบนยอดเขาสูง 400 เมตรริมหน้าผาฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ระหว่างเมืองนีซและโมนาโกในฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามระดับโลก จนได้รับฉายาว่าเป็น "Eagle’s Nest" หรือรังนกอินทรีมีเสน่ห์ที่ถนนหินคดเคี้ยว บ้านเรือนสีพาสเทล และวิวทะเลมุมสูงที่สวยงาม เดินชมเมืองเก่า เดินลัดเลาะไปตามทางเดินหินที่ลดหลั่นกัน เป็นหมู่บ้านที่เหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย ดินแดนแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความหอมจากมวลหมู่พากพรรณไม้ที่ปลูกเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตน้ำหอมชั้นนำ ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนถึงแหล่งกำเนิดเพื่อศึกษาศาสตร์และศิลป์แห่งการสกัดหัวน้ำหอมอันล้ำค่า ชมโรงงานน้ำหอม อันเก่าแก่ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก
จากนั้นเตรียมพบกับความหรูหราเหนือระดับใน "สวรรค์บนดินของมหาเศรษฐี" ณ ราชรัฐโมนาโก (Monaco) จุดหมายปลายทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนชายฝั่งริเวียร่าฝรั่งเศส ตื่นตาตื่นใจไปกับไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์และมนต์เสน่ห์แห่งเมดิเตอร์เรเนียน
นำท่านเดินทางสู่มอนติคาร์โล (Monte-Carlo) ชมความความสง่างามของคาสิโนแห่งมอนติคาร์โล (Casino de Monte-Carlo) แลนด์มาร์กระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1856 ก่อนที่เจ้าชายชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงเนรมิตอาคารหลังปัจจุบันขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงในปี ค.ศ. 1878 จนกลายเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่งคั่งให้แก่โมนาโกมาจนถึงปัจจุบัน
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณด้านหน้ามหาวิหารเซนต์นิโคลัส (Saint Nicholas Cathedral) สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวความทรงจำ เนื่องจากเป็นที่ฝังพระศพของ เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก ผู้ทรงเป็นตำนานความสง่างามระดับโลก และเป็นคู่พระทัยของเจ้าชายเรนิเยร์ที่ 3 ท่านจะได้รำลึกถึงเรื่องราวอันน่าเศร้าในปี ค.ศ. 1982 เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางกลับจากที่ประทับในชนบท และทรงสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา โดยพระศพของพระองค์ได้รับการฝังไว้ ณ มหาวิหารแห่งนี้ เคียงข้างกับเจ้าชายเรนิเยร์ที่เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 2005 นำท่านชมทัศนียภาพอันตระการตาของ ท่าเรือยอทช์ ขนาดมหึมาจากมหาเศรษฐีทั่วทุกมุมโลกที่จอดเรียงรายอย่างสุดลูกหูลูกตา ก่อนจะนำท่านถ่ายภาพด้านหน้า พระราชวังหลวงแห่งโมนาโก (Prince's Palace) ที่พำนักอย่างเป็นทางการของราชวงศ์กริมาลดี ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้มาอย่างยาวนานและมั่นคงนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1297 จนถึงปัจจุบัน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนัว (Genoa) หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี เมืองบ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือผู้บุกเบิกและเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา เปรียบดังไข่มุกชองประเทศอิตาลี เมืองแห่งนี้เป็นดั่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมจากยุคอดีตมาสู่ปัจจุบัน
เจนัว - ลา สเปเซีย - หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร – เจนัว - จัตุรัสจัตุรัสเฟอร์รารี่
นำท่านเดินทางสู่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย เพื่อนําท่านโดยสารรถไฟสู่ หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) 5 หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio – Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับนํ้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนําท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาติเยี่ยมอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านแวร์นาซซา (Vernazza) หมู่บ้านริมผางามที่โรแมนติกที่สุดในกลุ่ม 5 หมู่บ้านของชิงเกว แตร์เร หมู่บ้านนี้เป็นที่หมู่บ้านที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุด บ้านเรือนมีสีสันสดใส ติดทั้งทะเลและภูเข
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเจนัว (Genoa) นำท่านเข้าสู่ถนนเวีย การิบัลดี (Via Garibaldi) ถนนสายประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยคฤหาสน์และวังเก่าแก่ (Palaces) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO นำท่านชมจัตุรัสจัตุรัสเฟอร์รารี่ (Piazza De Ferrari) จัตุรัสที่เป็นทั้งถนนช้อปปิ้งสายหลัก ศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจของตัวเมืองเจนัวมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 สร้างด้วยศิลปะแบบ Art Nouveau ตรงกลางของจัตุรัสมีน้ำพุขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1936 ตั้งอยู่อย่างเป็นเอกลักษณ์ในบริเวณจัตุรัสเป็นที่ตั้งของ Teatro Carlo Felice โรงโอเปร่าที่มีเสียงของเมืองและของอิตาลีและโลก
เจนัว – นั่งเรือสู่พอร์โตฟิโน่ - นั่งเรือสู่หมู่บ้านซานตามาร์เกริต้า ลิกูเร – OUTLET - มิลาน
จากนั้นนำท่านนั่งเรือสู่หมู่บ้านพอร์โตฟิโน่ (Portofino) โดยเป็นหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าแห่งแคว้นลิกูเรีย ประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในฐานะเมืองตากอากาศหรูและจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม หมู่บ้านนี้โดดเด่นด้วยท่าเรืออันงดงาม เรือยอร์ชเรียงราย และบ้านเรือนสีสันสดใสตามแนวชายฝั่งที่สะท้อนเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น พอร์โตฟิโน่ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย เช่น ป้อมปราการ Castello Brown, โบสถ์ San Giorgio และสวนธรรมชาติ Parco Naturale Regionale di Portofino นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมเมืองแสนสงบ เพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นริมทะเล และสัมผัสบรรยากาศหรูแต่เรียบง่ายของเมืองริมอ่าวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
จากนั้นนำท่านนั่งเรือสู่หมู่บ้านซานตามาร์เกริต้า ลิกูเร (Santa Margherita Ligure) คือเมืองตากอากาศอันมีเสน่ห์ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี (Italian Riviera) ตัวเมืองเองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยอาคารสีสดใสและทางเดินริมทะเลที่เรียงรายด้วยต้นปาล์ม ชมจัตุรัสกาเปรร่า (Piazza Caprera) เป็นจุดศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง ที่มีบรรยากาศแบบอิตาลีดั้งเดิม รายล้อมด้วยอาคารโบราณที่ทาสีด้วยเฉดสีอบอุ่นอย่างเหลืองมัสตาร์ดและส้มอิฐ ตัดกับบานพับหน้าต่างสีเขียวเข้มอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชายฝั่งลิกูเรียน ริเวียร่า (Ligurian Riviera) เข้าชมวิหาร ซานตา มาร์เกรีตา ดานตีโอเกีย (Chiesa di Santa Margherita) (หากตรงกับช่วงมีงานพิธีหรือปิดพักกลางวัน ไม่สามารถเข้าชมได้) เป็นโบสถ์บารอกสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางจัตุรัส ภายในตกแต่งอย่างอลังการด้วยการปิดทอง โคมไฟระย้า และเสาสไตล์คอรินเธียนที่สวยงาม และยังเป็นที่ประดิษฐานของ Madonna della Rosa ซึ่งชาวเมืองเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นอิสระให้ท่านเดินริมทะเล เส้นทางเดินเลียบชายฝั่งที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์มและสวนดอกไม้บานสะพรั่ง ท่านจะได้ชมความงดงามของอาคารบ้านเรือนสีสันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สัมผัสบรรยากาศความคลาสสิกของท่าเรือ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือแวะพักจิบเครื่องดื่มในคาเฟ่ริมน้ำ พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของเหล่าเรือยอทช์ที่ตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเลอย่างสวยงาม
นำท่านเดินทางสู่ Serravalle outlet อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมายกว่า 230 ร้านค้า อาทิ Adidas, Burberry, Coach, Diesel, Gucci, Gant, Lacoste, Nike, Prada, Fendi, Armani และอื่นๆอีกมากมาย
นำท่านเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan)
มิลาน - โคโม - ล่องเรือสู่หมู่บ้านเบลาจิโอ - มหาวิหารแห่งมิลาน
จากนั้นเดินทางสู่เมืองโคโม่ (Como) เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและความสวยงามตามธรรมชาติ รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์: ทะเลสาบมีรูปร่างเหมือนตัวอักษร "Y" กลับหัว โดยมีหมู่บ้านเบลาจิโอ (Bellagio) ตั้งอยู่ตรงจุดกึ่งกลางที่แยกเป็นสองแฉก นำท่านถ่ายรูปกับทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า Lago di Como เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก และนำท่านเดินชมมหาวิหารโคโม่ (Como Cathedral) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญและสวยงามที่สุดทางตอนเหนือของอิตาลี มหาวิหารนี้ใช้เวลาสร้างนานเกือบ 400 ปี (เริ่มในปี ค.ศ. 1396 จนถึงปี 1770) จึงมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมหลายยุคอย่างลงตัว ทั้งแบบโกธิค, เรอแนสซองส์และโรโคโก ในส่วนของโดมสีฟ้าอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ ซุ้มด้านหน้าวิหารสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญและเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล ที่แปลกตาคือมีรูปปั้นของ Pliny the Elder และ Pliny the Younger ซึ่งเป็นนักเขียนและรัฐบุรุษชาวโรมันผู้เกิดในเมืองโคโม ประดับอยู่ขนาบประตูทางเข้าหลัก แม้ทั้งสองจะไม่ใช่ชาวคริสต์ก็ตาม นำท่านล่องเรือสู่หมู่บ้านเบลาจิโอ (Bellagio) ที่ได้รับฉายาว่า "มุกเม็ดงามแห่งทะเลสาบโคโม่" (The Pearl of Lake Como) นำท่านเดินเล่นลัดเลาะตามย่านเมืองเก่า (Historic Center) ที่เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าท้องถิ่น งานฝีมือทำจากไม้ และร้านผ้าไหมชื่อดัง แวะถ่ายรูปที่ บันไดหินเซร์เบลโลนี (Salita Serbelloni) ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตที่ท่านจะเห็นทางเดินบันไดหินแคบๆ ทอดยาวลงสู่ทะเลสาบ โดยมีอาคารสีพาสเทลขนาบข้างอย่างสวยงาม
สมควรแก่เวลา นำท่านล่องเรือกลับเข้าสู่ฝั่งเพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดในโลก เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลักษณะเด่นคือยอดแหลมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงกว่า 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนกว่า 3,400 รูปประดับอยู่ทั่วทั้งภายนอกและภายใน ตัววิหารสร้างจากหินอ่อนคันโดเกลีย (Candoglia Marble) เป็นหินอ่อนสีชมพูขาวจากเหมืองคันโดเกลียทั้งหมด หนึ่งในยอดแหลมที่สูงที่สุด (108.5 เมตร) มีรูปปั้นมาดอนนินา (Madonnina) ตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นพระแม่มารีเคลือบทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน
จากนั้นพาท่านชมแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตรงหน้ามหาวาหารแห่งเมืองมิลาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรอเนซองส์ มีหลังคาโดมแก้วและโมเสก โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กสูง 47 เมตร พื้นทางเดินประดับด้วยโมเสกสีสันสดใส เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) และ โรงละครลา สกาลา (Teatro alla Scala) โดยมีร้านค้าหรูหรามากมายอยู่ภายใต้หลังคาแห่งนี้ ร้านแฟชั่นระดับโลก เช่น Prada (สาขาแรกของโลกที่เปิดในปี 1913), Louis Vuitton, Gucci และร้านหมวกเก่าแก่ Borsalino มีร้านอาหารและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ เช่น Camparino in Galleria ร้านต้นตำรับของ Campari และร้านอาหาร Savini ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังมีประติมากรรมหินอ่อนคาร์ราราอนุสาวรีย์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Monument to Leonardo da Vinci) และลูกศิษย์ทั้ง 4 บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
สนามบินมิลาน
สนามบินสุวรรณภูมิ
มื้ออาหาร
| วันที่ | กำหนดการ | เช้า | กลางวัน | ค่ำ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สนามบินสุวรรณภูมิ | |||
| 2 | สนามบินมิลาน – ตูริน – จัตุรัสเมืองเก่า – ม็องตง - นีซ | |||
| 3 | นีซ – คานส์ – หมู่บ้านเอเซ่ – โมนาโก – มอนติคาร์โล - เจนัว | |||
| 4 | เจนัว - ลา สเปเซีย - หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร – เจนัว - จัตุรัสจัตุรัสเฟอร์รารี่ | |||
| 5 | เจนัว – นั่งเรือสู่พอร์โตฟิโน่ - นั่งเรือสู่หมู่บ้านซานตามาร์เกริต้า ลิกูเร – OUTLET - มิลาน | |||
| 6 | มิลาน - โคโม - ล่องเรือสู่หมู่บ้านเบลาจิโอ - มหาวิหารแห่งมิลาน | |||
| 7 | สนามบินมิลาน | |||
| 8 | สนามบินสุวรรณภูมิ |
รายละเอียดและเงื่อนไข
1.
กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000
บาท + ค่าวีซ่า 6,900
บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า)
** กรณียื่นวีซ่า (อิตาลี)
ที่ศูนย์ยื่นวีซ่าเชียงใหม่ หรือ ศูนย์ยื่นวีซ่าภูเก็ต มัดจำ ท่านละ 40,000 + 6,900 บาท
*** ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้
ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
**** ข้อมูล ณ วันที่ 7 มกราคม 2569 ****
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง
ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน
3 วันนับจากวันจอง
หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้
ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ
(กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่
ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร
และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน)
ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. กรณีมีการดำเนินการจองคิวนัดหมายเพื่อยื่นวีซ่าแล้ว
หรือระหว่างดำเนินการยื่นคำร้องวีซ่า หรือ วีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว
หากคณะมีการยกเลิกการเดินทางในเวลาต่อมาด้วยกรณีใดๆ หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทาง
ค่าวีซ่าและค่าบริการไม่สามารถ Refund ได้
และผู้เดินทางทุกท่านจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านวีซ่าด้วยตัวท่านเอง
7. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ
นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ,
มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน
การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน
ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง
เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
- ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ
(ในกรณีมีความประสงค์ อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน
และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
- ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
- ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
- ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
- ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
- ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
- ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุด 3,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
ความคุ้มครองเป็นตามกรมธรรม์ประกันภัย)
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)
1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า
23 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง
เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน
ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม
ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น รวมค่าบริการยื่นวีซ่า
(6,900.-บาท)
6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น (15 ยูโร /ต่อท่าน)
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย ( 24 ยูโร /ต่อท่าน)
GO3MXP5NMXPTG260909A-1 เดินทางวันที่ 09 กันยายน 2569 - 16 กันยายน 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - MXP | 2026-09-10 - 2026-09-10 | 00:55 - 07:35 |
|
TG940 |
| MXP - BKK | 2026-09-15 - 2026-09-16 | 14:05 - 05:55 |
|
TG941 |
GO3MXP5NMXPTG260923A-1 เดินทางวันที่ 23 กันยายน 2569 - 30 กันยายน 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - MXP | 2026-09-24 - 2026-09-24 | 00:55 - 07:35 |
|
TG940 |
| MXP - BKK | 2026-09-29 - 2026-09-30 | 14:05 - 05:55 |
|
TG941 |
GO3MXP5NMXPTG261022A-1 เดินทางวันที่ 22 ตุลาคม 2569 - 29 ตุลาคม 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - MXP | 2026-10-23 - 2026-10-23 | 00:40 - 07:35 |
|
TG940 |
| MXP - BKK | 2026-10-28 - 2026-10-29 | 13:05 - 05:55 |
|
TG941 |
GO3MXP5NMXPTG261028A-1 เดินทางวันที่ 28 ตุลาคม 2569 - 04 พฤศจิกายน 2569
| เส้นทาง | วันที่ | เวลา | สายการบิน | ไฟท์บิน |
|---|---|---|---|---|
| BKK - MXP | 2026-10-29 - 2026-10-29 | 00:35 - 07:10 |
|
TG940 |
| MXP - BKK | 2026-11-03 - 2026-11-04 | 13:05 - 05:55 |
|
TG941 |

